วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เพิ่มเติมข้อ6-11

ข้อมูลเพิ่มเติม
7.  คะเเนนเฉลี่ยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น    3.87      จากโรงเรียน ยุพราชวิทยาลัย     
8.  คะเเนนเฉลี่ยชั้นมัธยมศึกษา ปีที่5  3.69
9.  ทักษะ/ความสามารถพิเศษ เล่นดนตรีพื้นเมือง สะล้อ
10ได้รับรางวัล (ชื่อ-ได้รับจาก) -
11อยากเรียนต่อด้านอะไร  พยาบาล

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Sport Bra



สาว ๆ ที่ชอบออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการตีเทนนิส แบดมินตัน ปิงปอง หรือว่าออกกำลังกายเบา ๆ อย่างการเล่นโยคะ ต่างก็ต้องการเสื้อชั้นในที่กระชับ และซัพพอร์ตสรีระได้เป็นอย่างดี หากใส่ไม่สบายตัว ก็อาจทำให้ออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่ หรือทำให้เกิดภาพที่ไม่น่าดู อย่างหน้าอกกระเพื่อมขณะเล่นกีฬาก็เป็นได้ แถมยังทำให้หน้าอกอกหย่อนยานเร็วอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นลองมาดูข้อแนะนำในการเลือกซื้อเสื้อชั้นในสำหรับเล่นกีฬา หรือว่า สปอร์ตบรากันดีกว่าค่ะ เมื่อสาวนักกีฬาไปเลือกซื้อชุดชั้นใน ให้พิจารณาจากกีฬาที่ตัวเองเล่นก่อนเป็นอันดับแรก กีฬาที่มีหน้าอกต้องรับแรกกระแทก หรือทำให้หน้าอกมีการเคลื่อนไหวเยอะ เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้งหรือเต้นแอโรบิก ต้องเลือกเสื้อชั้นในที่กระชับ (ไม่ว่าว่าจะเป็นสาวอกเล็ก หรือสาวอกใหญ่ก็ตาม) และรักษาหน้าอกทั้งสองข้างให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม แต่ก็ต้องระวังให้ดี เมื่อบราบางตัวออกแบบมาให้กดและบีบหน้าอกทั้งสองข้างของคุณเข้าหากัน เพื่อลดการกระแทกเคลื่อนไหว แต่ก็จะทำให้ดูเหมือนหน้าอกสองข้างไหลมารวมกัน ซึ่งเป็นรูปอกที่ไม่สวยงามเอาเสียเลย ส่วนกีฬาที่มีการกระแทกน้อย อย่างโยคะหรือว่าปั่นจักรยาน การเลือกเสื้อชั้นในที่ช่วยซัพพอร์ตหน้าอก และให้อิสระในการเคลื่อนไหวทั้งในส่วนของแขนและไหล่ ก็จะเหมาะสมสบายตัวมากกว่า เมื่อพิจารณาจากประเภทกีฬาที่ตัวเองเล่นแล้ว ก็ให้พิจารณาจากขนาดหน้าอกของตัวเองเป็นลำดับต่อมา จากนั้นจึงเลือกหารูปแบบบราที่เหมาะสม แต่ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตบราแบบไหน ให้เลือกชนิดที่เนื้อผ้าค่อนข้างหนา ซับเหงื่อได้ดี และมีสายคาดไหล่ที่นุ่ม ไม่แข็ง หรือเส้นเล็กเกินไป เพื่อให้ใส่ได้สบาย จากนั้นคุณควรได้ลองสวมใส่ด้วยจะเป็นการดีที่สุด และนี่คือสิ่งที่สาวนักกีฬาควรต้องสังเกตดูขณะลองสวมใส่ เพื่อดูว่าสปอร์ตบราตัวนี้เหมาะสมกับคุณหรือไม่ค่ะ 1. รอบตัวของบรา แน่นกระชับกับตัวคุณดี รอบตัวของสปอร์ตบรานั้น ควรจะแน่นกระชับกว่าบราแบบทั่ว ๆ ไป เมื่อยกแขนสุดแล้วก็ต้องไม่เลื่อนร่นขึ้นมา แต่ในความกระชับแน่นพอดีนั้น ขอบบราด้านหลังต้องไม่รั้งขึ้นมาด้วย 2. หน้าอกไม่ล้นออกมานอกบรา สปอร์ตบราที่ดีต้องเก็บหน้าอกทั้งสองข้างของคุณได้ทั้งหมด เพื่อควบคุมการกระแทกหรือกระเพื่อม แต่ทั้งนี้ขนาดของคัพก็ต้องไม่ใหญ่กว่าหน้าอกของคุณ 3. สายคาดไหล่กระชับดี แต่ใส่สบาย สายคาดไหล่ควรจะมีเส้นใหญ่พอประมาณ และมีความนุ่ม เพื่อไม่ให้รัดแน่นจนเกิดรอยและรู้สึกไม่สบายผิว เมื่อปรับพอดีแล้วต้องมีความกระชับ แต่ก็ยังใส่สบายอยู่ 4. ลองกระโดดดู ขณะอยู่ในห้องลองเสื้อ เมื่อใส่บราเรียบร้อยแล้ว ให้ลองกระโดด หรือทำท่าวิ่งจ๊อกกิ้งที่หน้ากระจก เพื่อดูว่าบราที่คุณใส่นั้นสามารถซัพพอร์ตได้ดี ไม่ทำให้หน้าอกกระเพื่อมจนน่าเกลียดหรือไม่ รวมทั้งลองเหยียดแขน หมุนไหล่ ชูแขนขึ้นลง เพื่อดูว่ามันซัพพอร์ตทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของคุณด้วยหรือเปล่า 5. สวมเสื้อทับบราตามปกติ ลองสวมเสื้อทับเสื้อชั้นในตัวที่คุณลองใส่ เหมือนกับการใส่เสื้อตามปกติ เพื่อดูว่าลุคที่ได้จากการใส่เสื้อผ้าทับบราตัวนั้นลงไปสวยงามดีหรือไม่ ดังที่ได้กล่าวไว้ว่าบราบางตัวทำให้หน้าอกสองข้างเหมือนไหลมารวมกัน ทำให้ได้สรีระที่ไม่สวยงาม ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีหน้าอกค่อนข้างใหญ่ และยังมีปัญหาอื่น ๆ อีก เช่นทำให้หน้าอกดูเรียบแบนกว่าความเป็นจริง อันสามารถทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกไม่มั่นใจได้ เพื่อการออกกำลังกาย และสุขภาพที่ดี การเลือกบราก็ควรจะทำให้คุณรู้สึกสบายตัวและมั่นใจในขณะสวมใส่ด้วย พิถีพิถันสักนิดเพื่อเป็นการเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสรีระให้ตัวเอง ถนอมหน้าอกทั้งสองข้างของเรา และดูสวยงามไปในตัวด้วยนะคะ
ที่มา:http://woman.teenee.com/beautyshape/2557.html

รอยดำจากสิว




หลาย ๆ คนคงเคยสงสัยว่า ทำไมเวลาเป็นสิวจึงมีรอยด่างดำจากสิว ถ้าเคยไปแกะไปเกาแล้วเป็นรอยก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ขนาดไม่เคยไปบีบไปเค้นอะไรกับเจ้าสิวเม็ดนั้นเลย ยังอุตส่าห์ทิ้งรอยไว้เป็นอนุสรณ์อีกได้ และก็บนหน้าเดียวกันนี่แหละ บางครั้งก็มีรอยออกแดง ๆ บางครั้งก็ดำมากเหมือนเป็นรอยช้ำ แถมยังอยู่คงกระพันเป็นเดือนเป็นปี แม้จะไม่มีรอยแผลเป็นที่เป็นหลุมหรือแบบที่บูดนูนขึ้นมา แต่ก็ทำให้เสียความมั่นใจไปได้ไม่น้อย

สิวอักเสบ ต้นเหตุรอยดำ
ประเภทของสิวเป็นส่วนสำคัญกับรอยด่างดำที่อาจเกิดขึ้นกับผิวคุณครับ สิวแบ่งอย่างง่าย ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ สิวประเภทไม่อักเสบ เช่น สิวเสี้ยน สิวผดผื่น สิวอุดตันสีขาวหรือสีดำ และก็สิวซีสต์ ส่วนสิวตัวร้ายที่ฝากรอยด่างดำไว้มากที่สุด นั่นก็คือ สิวอักเสบครับ

สิวอักเสบ (Inframmatory acne) เป็นสิวที่มีลักษณะนูนแดง เช่น สิวหนอง สิวนูนแดง สิวหัวช้าง โดยมีแบคทีเรียเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดการอักเสบ การอักเสบที่เกิดร่วมกับแบคทีเรียนั้น สามารถเกิดได้จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ภายในก็คือ จากปฏิกิริยาของแบคทีเรียกับคอมิโดน (Comedone) ซึ่งเป็นโมเลกุลของไขมันที่รวมตัวกันสะสมอยู่ภายในเซลล์ อาจมีลักษณะเป็นของเหลว เพราะเป็นน้ำมันที่ยังไม่แข็งตัว หรือถ้าไขมันแข็งเป็นก้อนอยู่ภายในเซลล์ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ส่วนปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การกระแทก การกด การบีบ ซึ่งอาจเกิดจากการไปบีบสิวประเภทแรกจนกลายเป็นสิวหนองอักเสบ หรืออาจเกิดจากการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดก็ได้ครับ

สิวอักเสบอาจมีหัวหรือไม่มีก็ได้ สิวอักเสบที่มีหัวจะเห็นหนองได้ชัดเจน เลยมักเรียกว่า สิวหนอง ซึ่งมองเห็นได้ง่ายทั้งขนาดและรอยนูน ส่วนสิวอักเสบที่ไม่มีหัว เป็นการอักเสบที่ฝังตัวอยู่ในเซลล์ อาจเห็นเป็นรอยแดงเล็ก ๆ กดแล้วจะรู้สึกเจ็บ อาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือเป็นเรื้อรังก็ได้ สิวอักเสบมักเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก อาจสร้างความเจ็บปวดได้ได้บางครั้ง ถ้าเป็นตุ่มใหญ่ๆ เรียกกันว่า สิวหัวช้างครับ

การรักษาการอักเสบเป็นหนองนั้น ทำโดยการกำจัดหนองนั้นครับ หากสิวอักเสบมีขนาดใหญ่ไม่เกิน ½ ซม. อาจลองไปซื้อยาทาสิวประเภทยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบมาทาเองก็ได้ หลีกเลี่ยงการบีบสิวเอง เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ แม้ว่าใบหน้าหรือว่ามือของคุณจะสะอาดแค่ไหน แบคทีเรียก็ยังอยู่ทั่วไปในอากาศ หากคิดจะบีบเองจริง ๆ ต้องมีการทำความสะอาดให้ดี แต่ผมไม่แนะนำครับ ส่วนคนที่มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่กว่า ½ ซม. หรือเป็นมานานเกินสัปดาห์ แบบที่ซื้อยามาทาแล้วก็ไม่ยุบลงเลย หรือว่าเป็นทั้งหน้า ควรไปพบแพทย์ผิวหนังครับ สิวอักเสบเม็ดเขื่อง หรือที่เกิดนานกว่า 1 สัปดาห์ มักนำพามาซึ่งแผลเป็นนะครับ

รอยดำเกิดจากอะไร
นอกจากการที่มีการอักเสบทำลายที่เนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นสิวแล้ว เมื่อผิวหนังกลับมามีสภาพปกติเนียนเรียบ ก็อาจเหลือรอยที่เกิดจากสิว (Surface discolorations) ทิ้งไว้ให้ช้ำใจได้ ซึ่งมีได้หลายสีทั้งรอยสีดำ (Post inflammatory hyperpigmentation) สีแดง (Post inflammatory hypopigmentation) และสีขาว (Post inflammatory hypopigmentation) และเป็นได้ในคนทุกชาติพันธุ์ ทุกสีผิว แต่โดยปกติสำหรับคนเอเชียแถบบ้านเรา มักจะเกิดรอยดำขึ้นได้ง่ายและเด่นชัดกว่าสีอื่น ซึ่งแม้จะแลดูไม่สวยงาม แต่ก็ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งตามปกติรอยดำนี้จะค่อย ๆ หายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยอาจใช้เวลาตั้งแต่ 1 – 3 เดือน จนถึงเป็นปี และหากยิ่งมีการเสียดสี ไปถูไถ รอยดำก็อาจมีสีเข้มขึ้นหรืออยู่นานขึ้นได้ หากสิวที่เกิดมีการอักเสบค่อนข้างลึก หรือเป็นสิวนาน ๆ รอยดำก็อาจคงอยู่นานขึ้น ในคนผิวเข้มมีเมลานินมากกว่า จึงอาจมีรอยแผลที่ดำคล้ำกว่า

ลดเลือนรอยดำ
เดิมมักใช้ครีมประเภทฟอกผิวขาว (Bleaching Agent) เช่น กรดวิตามินเอ และไฮโดรควิโนน แต่มักมีผลต่อผิว เช่น ทำให้ผิวแห้งแดง หน้าลอก จึงต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ปัจจุบันเลยนิยมใช้สารที่ปลอดภัยกว่า เช่น กรดผลไม้ (Alpha Hydroxy Acid – AHA) โดยหลักการก็คือ การเร่งให้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เซลล์ที่เกิดมาใหม่ก็จะมีสีใกล้เคียงกับสีผิวโดยกำเนิดมากขึ้น การเลือกซื้อ ควรเลือกแบบที่มีความเข้มข้นต่ำนะครับ ส่วนครีมประเภทลดเลือนรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของวิตามินอี (Vitamin E Acetate)สามารถช่วยเร่งการซ่อมแซม มีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ บางแบรนด์อาจผสมกรดผลไม้ด้วย ทำให้รอยดำหาย หรือจางลงได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ การทำทรีทเมนท์ เช่น การผลักยาเข้าสู่ผิวด้วยกระแสไฟฟ้า (Iontophoresis) การกรอผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี(Microdermabrasion) ก็สามารถช่วยให้รอยดำจางลงได้ แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไปเพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

การกำจัดออกด้วยเลเซอร์ชนิด Pigment Laser สามารถทำให้เม็ดสีจางออกได้เช่นกัน แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเลเซอร์เครื่องนั้น ๆ และความชำนาญของแพทย์ร่วมกันครับ เพราะหากมีการปรับค่าแสงได้ไม่เหมาะสมแล้ว อาจทำให้รอยดำกลับกลายเป็นมีสีคล้ำมากขึ้นได้ แย่หนักกว่าเดิม

รังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รอยดำหายได้ช้า เพราะรังสีดังกล่าวทำให้เมลานินมีการสร้างเม็ดสีมากขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 กันได้ทั้ง UVA และ UVB ที่สำคัญ ควรเลือกแบบประเภทที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Noncomedogenic) เพื่อป้องกันรูขุมขนอุดตันที่ทำให้เกิดสิวได้

สิวอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย มักเป็นเพราะกรรมพันธุ์ และขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งสภาพผิวก็เปลี่ยนแปลงได้ตามวัย ฮอร์โมน โรคภัยไข้เจ็บ มลพิษจากสิ่งแวดล้อม สารเคมี ของใช้สอยในชีวิตประจำวัน ในเมื่อเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ ต้องปล่อยไปตามบุญตามกรรม แต่เราก็สามารถควบคุมการใช้ชีวิตของเราได้นะครับ เริ่มจากการรักษาความสะอาดของร่างกาย ใบหน้า เส้นผม หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางค์ที่อาจก่อให้เกิดสิว เลือกแบบที่ไม่อุดตัน(Noncomedogenic) หรือไม่มีไขมัน (Oil-free) เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิวอันจะนำมาสู่รอยด่างดำได้ พยายามอย่ารบกวนผิว เช่น ขัดนวดใบหน้า หรือเช็ดถูอย่างรุนแรงหรือบ่อยเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าพยายามเครียด ถ้าสิวขึ้นมาแล้วล่ะก็ ยิ้มสู้ก่อนเลยครับ


เทคนิคการใช้ห้องน้ำสาธารณะ


เมื่อจะเข้าห้องน้ำสาธารณะต้องนึกถึงเรื่องความสะอาดเป็นอันดับแรก แต่เราจะใช้ห้องน้ำสาธารณะอย่างไรให้ห่างไกลเชื้อโรคร้าย เรามีวิธีปฏิบัติง่าย ๆ มาฝากกัน 

คุณผู้หญิงที่ต้องมีเหตุจำเป็นเข้าห้องน้ำสาธารณะ ควรที่จะใส่ใจกับตัวเองบ้างน่ะค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับการใช้ห้องน้ำสาธารณะอย่างปลอดภัยมาบอกสาวๆกันค่ะ
 
อย่าสัมผัสโดยตรง ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำสาธารณะ ถ้าเป็นไปได้ควรให้ร่างกายสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ในห้องน้ำน้อยที่สุด เช่น เมื่อเปิดประตูเข้าไป อาจจะใช้ทิชชูวางบนลูกบิดแล้วหมุนเข้าไป เป็นต้น

ทำความสะอาดก่อนนั่ง ก่อนนั่งก็ควรทำความสะอาดที่นั่ง ด้วยกระดาษทิชชูแบบเปียกชนิดฆ่าเชื้อ หรือพกกระดาษรองนั่งไปปูบนฝาชักโครกก่อนทำธุระ และระวังอย่าให้แผ่นรองเปียกน้ำเด็ดขาด เพราะเชื้อโรคอาจจะแทรกซึมมากับน้ำได้

ใช้เวลาน้อยที่สุด ไม่ต้องถึงขั้นจับเวลา แต่ควรใช้เวลาในการทำกิจธุระในห้องน้ำให้สั้นที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ชักโครก ควรเลือกดูห้องที่สะอาดที่สุด และหลังทำธุระเสร็จ ควรปิดฝาชักโครกก่อนกด เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายในอากาศ

ไม่เหยียบโถส้วม หลายคนใช้บริการห้องน้ำสาธารณะผิดวิธี โดยใส่รองเท้าขึ้นไปนั่งบนฝารองนั่ง เพราะคิดว่าจะทำให้ไม่สัมผัสกับเชื้อโรค แต่จริง ๆ แล้ว ระหว่างที่ทำธุระอาจจะมีการกระเด็นของน้ำในโถ ซึ่งเป็นที่รวมเชื้อโรคมาเปื้อนได้มากกว่าการนั่งธรรมดา

ไม่ตักน้ำที่เปิดไว้ การใช้น้ำล้างทำความสะอาด ไม่แนะนำให้ตักในส่วนที่มีอยู่ในถังเดิมใช้ แต่ควรรองจากก๊อกโดยตรง เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่สะสมอยู่ในถังน้ำ เพราะบางคนเอามือจุ่มล้างในถัง หากเป็นสายฉีดก็ควรฉีดน้ำให้ไหลทิ้งประมาณ 1 นาที เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ปะปนบริเวณรอบ ๆ สายฉีดได้

ล้างมือทุกครั้งหลังเสร็จธุระ เมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เชื้อโรคติดมากับมือของเรา ควรล้างมือให้สะอาด โดยเริ่มต้นล้างมือด้วยน้ำสะอาด และเริ่มล้างตั้งแต่มือแขนไปจนถึงข้อศอก ใช้มือแต่ละข้างถูบริเวณหลังมือของอีกข้างหนึ่ง แล้วถูฝ่ามือทั้งสองข้างขัดสิ่งสกปรกบริเวณซอกเล็บ ข้อนิ้วและง่ามมือ ล้างสบู่ออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือ หากไม่มีสบู่ ก็ใช้น้ำสะอาดล้างซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

การใช้ห้องน้ำสาธารณะ นอกจากจะต้องคำนึงถึงสุขอนามัยของตัวเองแล้ว เราควรคำนึงถึงความสะอาดสำหรับผู้ที่จะมาใช้ต่อด้วย เนื่องจากเชื้อโรคต่าง ๆ มีการพัฒนาสายพันธุ์มากมาย การใช้ห้องน้ำสาธารณะอย่างถูกต้องและระมัดระวัง ก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เหล่านั้นได้